วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แคว้นทั้ง22ของฝรั่งเศส



แต่เดิมประเทศฝรั่งเศสมีชนดั้งเดิมมายึดครองอยู่คือชาว "Gaulois"พวกเขาได้เรียกประเทศฝรั่งเศสว่า LE GAULE
  1. ILe-de-France ที่ตั้งอยู่ที่ Bassin Parisien อาหารประจำแคว้นได้แก่ เนย,สถานที่สำคัญของแคว้นได้แก่ Versailles ราชวังของพระเจ้าLouisXIV ปารีสเป็นเมืองหลวงของฝรั่งเศส
  2. Centre อยู่ทางทิศตะวันออกของแคว้น Pays de Loire เป็นเมืองหลวงประจำแคว้นผลผลิตที่สำคัญ ได้แก่ พืช,ผักสวนครัว,องุ่น,ข้าวโพด
  3. Pays de Loire แคว้นนี้มีชายแดนทางตะวันตกติดกับแคว้น Bretagne ทิศตะวันออกติดกับแคว้น Centre ทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดกับที่ราบสูง มีเมืองหลวงชื่อว่า Nantes ผลผลิตที่สำคัญได้แก่ ข้าวสาลี,ข้าวโพด,ไร่องุ่น ผลิตภัณฑ์ที่สำคัญคือเหล้าองุ่นขาว แคว้นนี้มีปราสาทสวยงามมากมายที่สุดในฝรั่งเศส
  4. Bretagne เป็นแคว้นที่มีลักษณะเป็นแหลมยื่นไปในมหาสมุทรแอตแลนติค เป็นแคว้นเดียวในฝรั่งเศสที่ไม่มีการผลิตเหล้าองุ่น เนื่องจากสภาพอากาศไม่เหมาะสมที่จะปลูกองุ่น แต่มีการประมงเป็นหลักเพราะติดทะเล เมืองหลวงของแคว้นมีชื่อว่า Rennes ผลผลิตที่สำคัญได้แก่ พืชไร่ที่เราเรียกว่า le cidre ขนมที่ขึ้นชื่อคือ Crepes เมืองท่าที่สำคัญมีชื่อว่า Brest ส่วน Saint-Malo เป็นเมืองเก่าแก่ของแคว้น
  5. La Basse-Normandieเป็นแคว้นที่มีชายฝั่งทะเลตะวันตกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติค ชายฝั่งทางเหนือติดกับอ่าว Manche ทางตะวันออกเฉียงใต้ติดกับแคว้น Bretagne และทางทิศตะวันออกติดกับแคว้น Haute-Normandie เมืองหลวงประจำแคว้นชื่อ Caen ผลผลิตที่สำคัญคือ ข้าวสาลี,นม,การประมง สถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อ Le Mont-Saint-Michel เป็นโบสถ์โบราณเก่าแก่สถาปัตแบบโรมัน สร้างอยู่บนโขดหินใกล้ทะเล
  6. La Haute-Normandie มีเขตติดต่อกับแคว้น Basse-Normandie มีการผลิตเนยชั้นนำคุณภาพ และนำแอปเปิ้ลที่มีคุณภาพรสชาติอร่อย เมืองหลวงประจำแคว้นชื่อ Rouen
  7. Picardie เป็นแคว้นที่ค่อนไปทางเหนือของฝรั่งเศส มีเมือง Amiens เป็นเมืองหลวง ผลผลิตสำคัญคือ ข้าวสาลี,การเลี้ยงสัตว์,การปลูกหัวผักกาดหวาน
  8. Nord-Pas de Calais แคว้นนี้ตั้งอยู่เหนือสุดของประเทศฝรั่งเศส มีเมือง Lille เป็นเมืองหลวงประจำแคว้น เมืองนี้เป็นเมืองแรกที่มีรถไฟใต้ดินวิ่งป็นเมืองแรกในฝรั่งเศส แคว้นนี้ผลิตเบียร์อย่างมีคุณภาพ เนื่องจากภูมิประเทศเหมาะกับการปลูกข้าวสาลีและข้าวบาร์เล่ย์
  9. Le Champagne แคว้นนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแคว้น Picardie เมืองหลวงประจำแคว้นชื่อ Chalons-sur-Marne ผลผลิตสำคัญได้แก่ องุ่น,ข้าวสาลี,การเลี้ยงสัตว์ สถานที่สำคัญประจำแคว้นนี้คือ" โบสถ์เมือง Reims "ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมGothique
  10. Lorraine ที่ตั้งของแคว้นนี้อยู่ทางชายแดนประเทศเบลเยี่ยม,ประเทศลักเซมเบอร์กและประเทศเยอรมัน เมืองหลวงของแคว้นชื่อ Nancy ผลผลิตที่สำคัญได้แก่ องุ่น,ข้าวสาลีและการเลี้ยงสัตว์
  11. Alsace เป็นแคว้นที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแคว้น Lorraine มีเมืองหลวงชื่อ Strasbourg ผลผลิตที่สำคัญได้แก่ ข้างสาลี,องุ่น,ข้าวโพด,ยาสูบ เครื่องดื่มที่มีชื่อเสียงประจำแคว้นได้แก่ เหล้าองุ่นขาวคุฌภาพเยี่ยม
  12. Franche-Comte แคว้นนี้ตั้งอยู่ระหว่างแคว้น Bourgogne และประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เมืองหลวงชื่อว่า Besacon ผลผลิตสำคัญได้แก่ ข้าวสาลี,ขนมปัง,เครื่องเทศ นาฬิกาชั้นนำมักจะผลิตที่นี้เป็นสินค้าส่งออก อาหารดังประจำแคว้นเนื่องจากว่าแคว้นนี้ผลิตเบียร์ได้มากจึงมีเบียร์คุณภาพ,เนยคุณภาพดี
  13. La Bourgogne ตั้งอยู่ทางใต้ของแคว้น Champagne, อยู่ทางตะวันออกของ Pays de Loire ทางทิศตะวันตกของ Franche-Comte และทิศเหนือของแคว้น Rhone-Alpes เมืองหลวงชื่อ Dijon ผลผลิตสำคัญได้แก่ ข้าวสาลี,นม,เหล้าองุ่น อาหารดังประจำแคว้นมีชื่อว่า ไก่อบเหล้า,หอยทากอบ เหล้าองุ่นและเหล้าชนิดอื่นก็มีชื่อเสียงเช่นเดียวกันสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญคือ พระราชวังของดยุ๊ก
  14. Rhone-Alpes ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแคว้น Bourgogne และ Franche-comte เมืองหลวงมีชื่อว่า Lyon ผลผลิตที่สำคัญได้แก่ องุ่น,การเลี้ยงสัตว์,ข้าวสาลี,ข้าวโพด
  15. L'Auvergne เป็นแคว้นที่มีภูเขาไฟ ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของแคว้น Limousin ทางทิศใต้ของแคว้น Bourgogne เมืองหลวงของแคว้นชื่อ Clermont-Ferrand ผลผลิตสำคัญได้แก่ ข้าวสาลี,ข้าวโพด,ข้าวบาร์เลย์ และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญได้แก่ โบสถ์ Notre-Dame
  16. Limousin เป็นแคว้นที่มีการเลี้ยงแกะ ทางทิศตะวันตกของแคว้นเป็นที่ราบสูงกว้างใหญ่ ซึ่งล้อมรอบด้วยภูเขา เมืองหลวงชื่อ Limoges ผลผลิตสำคัญประจำแคว้นได้แก่ การเลี้ยงสัตว์ประเภทวัว แพะ แกะ สินค้าประจำแคว้นได้แก่ เครื่องปั้นดินเผา,เครื่องเคลือบลายคราม
  17. Poitou-Charentes แคว้นนี้อยู่ทางทิศตะวันตกของแคว้น Limousin อยู่ทางทิศใต้ของแคว้น Centre เมืองหลวงของแคว้นชื่อ Poitiers สินค้าประจำแคว้นได้แก่ ข้าวสาลี,ข้าวโพด,การเลี้ยงสัตว์,องุ่น,เหล้า
  18. Aquitaine เป็นแคว้นที่ตั้งอยู่มีชายฝั่งออกติดกับแนวมหาสมุทรแอตแลนติค เมืองหลวงชื่อ Bordeaux สินค้าของแคว้นคือ องุ่น,ยาสูบ,ข้าวสาลี,ข้าวโพด,การเลี้ยงสัตว์ และผลิตเหล้าคุณภาพดีมีลูกพรุนรสชาติดีนิยมกันมาก
  19. Midi-Pyrenees ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแคว้น Aquitain และอยู่ทางตอนใต้ของแคว้น Auverne เมืองหลวงชื่อ Toulouse ซึ่งแคว้นนี้มีชื่อเสียงไปทั่วโลกว่าเป็นเมืองที่มีการผลิตเครื่องบิน ผลผลิตที่สำคัญของแคว้นได้แก่ เนย,เนยแข็ง
  20. Lanquedoc-Roussillon เป็นแคว้นที่มีชายแดนติดต่อกับแคว้น Provence ทางตอนใต้ติดกับทะเลสาป เมืองหลวงชื่อ Montpellier ผลผลิตสำคัญประจำแคว้นคือ องุ่น,เหล้าไวน์ ,พืชผักสวนครัว,เหล้า สถานที่สำคัญได้แก่ Site เป็นเมืองท่าสำคัญ,เมือง Agen เป็นเมืองตากอากาศ
  21. Provence-Cote d'Azur ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและชายแดนติดกัยอิตาลี เมืองหลวงของแคว้นชื่อ Marseille ผลผลิตที่สำคัญคือการปลูกดอก lavande ,การปลูกไร่องุ่น,การเพาะปลูกพืชผักสวนครัว
  22. Corse แคว้นนี้ลักษณะเป็นเกาะอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางตอนใต้ของเมืองนีช เมืองหลวงชื่อ Ajaccio ผลผลิตสำคัญได้แก่ ลูกเกาลัด,องุ่น,ผลไม้,ผลิตภัณฑ์เนื้อสุกร,เนยแข็งจากนมแกะ,เหล้าองุ่นแดงและชมพู ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งเด่นของแคว้นCorse
 

วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2556

สามเหลี่ยมเมอร์มิวด้า



   สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า (Bermuda Triangle) ดินแดนต้องคำสาปที่ชาวโลกต่างยกให้เป็น
ที่หนึ่งในเรื่องความเร้นลับและอาถรรพ์ พื้นที่ตั้งของสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาเป็นพื้นที่สามเหลี่ยม
ในทะเลซึ่งมีเนื้อที่ 1.5 ล้านตารางไมล์ ซึ่งอยู่บริเวณหมู่เกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือไปถึงตอนใต้ของฟลอริดามุ่งตรงไปทางตะวันออก ทำมุมสี่สิบองศากับเส้นรุ้งผ่านบาฮามัสและเปอร์โตริโกจากนั้นก็ย้อนเฉียงกลับไปสู่ทางใต้ตอนเหนือของเบอร์มิวด้าทำให้อาณาบริเวณแห่งนี้กลายเป็นรูปสามเหลี่ยมและเป็นแหล่งกำเนิดปรากฏการณ์เร้นลับขึ้น
ปรากฏการณ์ลึกลับและเหลือเชื่อ เริ่มต้นตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองในปี ค.ศ. 1945 จนถึงปัจจุบัน ในน่านน้ำแห่งนี้ได้กลืนกินเครื่องบินจำนวนกว่า 100 เครื่องและเรือเดินสมุทรอีกจำนวนมาก รวมถึงมนุษย์อีกนับพันคน ทั้งหมดนั้นล้วนหายไปในบรรยากาศและพื้นทะเลของสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาแห่งนี้โดยไม่มีร่องรอยหรือเศษชิ้นส่วนใดๆ ของเรือหรือเครื่องบินที่หายไปเหลือให้เห็นเลยและมันยังคงดำเนินอย่างนี้ต่อไปโดยมีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ชนชาติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียเหล่านี้ ต่างพยายามดำเนินการค้นคว้าหาสาเหตุแห่งปรากฏการณ์อันประหลาดและลึกลับนี้อย่างจริงจัง แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถบอกสาเหตุและหาทางป้องกันจากภัยที่เกิดขึ้นในอาณาบริเวณท้องทะเลแห่งนี้ได้ มันคือสิ่งท้าทายความสามารถของมนุษย์ที่สุด ในการที่จะแก้ปมปริศนา นักวิชาการต่างเสนอทฤษฎีต่างๆ บ้างก็ว่าเกิดจากสภาพอากาศที่แปรปรวน บ้างก็ว่าเกิดจากความผิดปกติของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า บ้างก็ว่าเกิดจากอำนาจของสิ่งบินลึกลับ
และอีกทฤษฎีที่มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงเพราะสามารถอธิบายสาเหตุของการสูญหายของเรือและเครื่องบินได้อย่างค่อนข้างครอบคลุม นักวิทยาศาสตร์ได้ชี้ว่าบริเวณใต้ทะเลของสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้านั้นอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติมากมาย โดยเฉพาะแหล่งของแก็สมีเธนไฮเดรท (Methane hydrates) ซึ่งในบางครั้งแรงดันของแหล่งแก็สเหล่านี้จะมีมากจนดันผ่านรอยแตกของเปลือกโลกขึ้นมา มันจะลอยขึ้นสู่ผิวน้ำเบื้องบน จึงไม่แปลกหากปรากฏการณ์นี้จะจมเรือสักสิบลำที่อยู่ในบริเวณนั้นพร้อมๆ กันได้ในพริบตา 
มีเธนไฮเดรทนี้สามารถรบกวนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้ ทำให้วิทยุสื่อสารตลอดจนเรดาร์หมดประสิทธิภาพในการทำงาน ส่วนกลุ่มควันความร้อนที่อบอวลอยู่รอบบริเวณ ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ลูกเรือตกใจ นึกว่าตัวเองหลงเข้าไปในมิติสนธยา เพราะเคยมีการจำลองปรากฏการณ์นี้ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งของอเมริกามาแล้ว นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่พอใจกับคำตอบนี้แต่ทั้งนี้ ยังมีอีกหลายทฤษฎีที่ยังรอให้เราพิสูจน์ อย่างเช่น มีคนพบเห็นสัตว์ยักษ์ในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าจำนวนมาก มีตั้งแต่ปลาหมึกยักษ์ยาวหลายร้อยฟุต ไปจนถึงตัวอะไรบางอย่างที่มีลักษณะเหมือนมังกรทะเล บริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้านี้ มีนักเดินเรือหรือนักบิน มักพบเห็นUFO บ่อยเป็นพิเศษ บางครั้งสถานีเรด้าชายฝั่งก็จับสัณญาณวัตถุลึกลับได้ส่วนประเด็นสุดท้ายก็คือ มิติที่ 4 การที่มีเครื่องบินหายไปจากจอเรดาร์ ทั้งนี้เพราะเหตุที่ว่าเครื่องบินเหล่านั้นได้บังเอิญบินหลุดเข้าไปในความแปรผันของสนามเวลา ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางมิติขึ้นในทันทีทันใด จุดแปรผันของกาลเวลาอาจเป็นเพียงบริเวณเล็กๆ ที่เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่เท่านั้น การเคลื่อนย้ายออกไปจากมิติคือการแปรผันอย่างรุนแรงของสภาพมิติ ในบางครั้งมันก็อาจทำให้เรือเดินทะเลขนาดใหญ่หรือเครื่องบินทั้งฝูงหลุดเข้าไปสู่อีกห้วงหนึ่งของกาลเวลาที่ไม่ใช่ปัจจุบันและผู้เคราะห์ร้ายเหล่านั้นก็จะติดอยู่ในห้วงแห่งกาลเวลานั้นโดยไม่มีทางกลับสู่มิติเดิมของเขาได้อีกเลย
ทุกวันนี้สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้ายังคงเป็นดินแดนมรณะที่มีปริศนามากมายที่มนุษย์ยังหาคำตอบแท้จริงไม่ได้ ส่วนทฤษฎีต่างๆ ที่กล่าวมา ก็เป็นเพียงการวิเคราะห์ตามหลักวิชาการและวิทยาศาสตร์เท่านั้น เมื่อใดที่เราได้ล่วงล้ำเข้าอาณาเขตแห่งนี้ เราคงพบคำตอบที่จริงแท้หรือไม่ก็หายไปจากโลกใบนี้ตลอดกาล



วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เก้าอี้ของแวนโก๊ะ - เก้าอี้ของโกแกง




วินเซนต์ แวน โก๊ะ (Vincent Van Gogh) เป็นจิตรกรชาวดัตช์ ยุคโพสต์อิมเพรสชั่นนิสต์ ภาพที่เขาวาดเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีความ “สวยงามแบบดิบๆ” แสดงออกถึงอารมณ์ความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา และใช้ “สี” ได้อย่างโดดเด่น โดยผลงานของเขามีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อแวดวงศิลปะในศตวรรษที่ 20 

แม้จะเป็นศิลปินที่ได้รับการยอมรับในระดับต้นๆ ของโลก แต่ตลอดเวลาที่ยังมีชีวิต แวน โก๊ะ กลับเป็นเพียงศิลปินไส้แห้ง ถังแตก ผลงานของเขาแทบไม่เป็นที่รู้จักและไม่มีใครเห็นคุณค่า 

เรื่องราวของ วินเซนต์ แวน โก๊ะ (ขอเรียกว่า แวน โก๊ะ) ตลอดจนผลงานและความรู้สึกนึกคิดของเขา เป็นที่รับรู้ของคนยุคต่อมา ผ่านจดหมายที่เขาเขียนติดต่อกับ ธีโอ แวน โก๊ะ (Theo Van Gogh) น้องชาย (ขอเรียกว่าธีโอ) ซึ่งมีอาชีพเป็นดีลเลอร์ขายงานศิลปะ ธีโอเป็นคนเดียวที่ให้การสนับสนุนแวน โก๊ะ ทั้งด้านการเงิน และคอยให้กำลังใจพี่ชายด้วยความปรารถนาดีอยู่ตลอดเวลา

ในปี 1888 ระหว่างที่แวน โก๊ะประสบปัญหาทางการเงินอยู่นั้น ธีโอ ได้รับมรดกมาเป็นเงินจำนวนหนึ่ง เขาจึงแบ่งเงินจำนวนนี้เพื่อช่วยเหลือพี่ชายที่กำลังตกยาก 

นอกจากนี้ ด้วยคำขอของ แวน โก๊ะ ธีโอได้แบ่งเงินอีกส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือ พอล โกแกง (Paul Gau guin) เพื่อนจิตรกรคนสนิทของ แวน โก๊ะ โดยธีโอจ่ายเงินให้โกแกงเพื่อแลกกับภาพเขียนของเขาจำนวน 12 ภาพต่อปี หรือพูดง่ายๆ ก็คือจ่าย “เงินเดือน” ให้กับโกแกง โดยจ้างให้วาดภาพให้เดือนละภาพนั่นเอง

 

ต่อมา ธีโอได้แนะนำให้แวน โก๊ะและโกแกงย้ายมาอยู่ด้วยกัน เพื่อที่จะได้ช่วยกันแชร์ค่าใช้จ่าย ซึ่งแวน โก๊ะและโกแกงก็ทำตาม 

เมื่อมาอยู่ร่วมกัน แวน โก๊ะกับโกแกงเริ่มมีเรื่องระหองระแหงบ่อยครั้งตามประสาลิ้นกับฟัน ที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือ แวน โก๊ะเริ่มมีอาการทางจิต ซึ่งทำให้เขาทุกข์ทรมานเป็นอย่างยิ่ง 

นอกจากนี้ การที่แวน โก๊ะตระหนักว่าความสัมพันธ์อันร้าวฉานระหว่างเขากับโกแกง คงทำให้ความฝันที่จะได้เปิดสตูดิโอร่วมกับเพื่อนรักคนนี้เลือนรางเต็มทน ก็ยิ่งทำให้เขาเป็นทุกข์ขึ้นไปอีก

ในปี 1888 ท่ามกลางความสับสน ว้าเหว่ จนกลายเป็นซึมเศร้านี้เอง แวน โก๊ะได้วาดภาพขึ้นมาสองภาพ ภาพหนึ่งเป็นภาพที่ชื่อว่า “เก้าอี้ของแวน โก๊ะ” (Van Gogh's Chair) บนเก้าอี้นั้นมีไปป์และยาเส้นของเขาวางอยู่ 

ว่ากันว่าเก้าอี้ตัวนี้มีสัญญะบ่งถึงตัวตนที่แท้จริงของ แวน โก๊ะ โดยมันได้ถอดเอาภาวะอารมณ์ของเขาในเวลานั้นออกมา ทำให้เป็นเก้าอี้ที่ดูแตกต่างและมีเอกลักษณ์อย่างยิ่ง ก่อนจะกลายเป็นภาพเขียนที่โด่งดังไปทั่วโลก



อีกภาพหนึ่งที่แวน โก๊ะวาดในเวลาไล่เลี่ยกัน คือภาพ “เก้าอี้ของโกแกง” (Gauguin's Chair) เก้าอี้ตัวนี้ต่างจากตัวแรกตรงที่ดูหรูหรามีระดับกว่า ไม่เหมือนเก้าอี้ของแวน โก๊ะที่ดูเรียบง่าย 

เก้าอี้ของโกแกง เป็นสีน้ำตาลเข้ม มีที่เท้าแขน บนที่นั่งมีหนังสือและเทียนที่จุดแล้ววางอยู่ โดยแวน โก๊ะได้ใช้ภาพนี้เป็นสัญลักษณ์แทนตัวของโกแกง 

ทว่ายังไม่ทันที่จะวาดเสร็จ อาการทางประสาทของ แวน โก๊ะ ก็กำเริบอย่างรุนแรงจนไม่สามารถทำงานต่อได้ อย่างไรก็ตาม เมื่ออาการทุเลาลงแล้ว เขาก็ได้กลับมาวาดรูปเก้าอี้ของตัวเองจนสมบูรณ์ แต่ภาพเก้าอี้ของโกแกงนั้นถูกทิ้งไว้ โดย แวน โก๊ะ ไม่ได้กลับมาวาดต่ออีกเลย

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เรื่องที่ควรรู้



01. วิธีรักษาโรคกระเพาะอาหาร ที่เริ่มเป็นหรือเป็นมานานเรื้อรัง
ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
1. ทานข้าวให้ตรงเวลาอยู่เสมอ หากติดขัดให้ดื่มนมสดรสจืดแทน
2. งดอาหารรสจัดต่างๆ ที่สำคัญมากห้ามใส่น้ำส้มสายชูเด็ดขาด
3. ห้ามดื่มเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม และน้ำแข็งก้อน (น้ำแข็งแช่เองในตู้เย็นทานได้บ้างไม่เป็นไร)
4. ข้อนี้สำคัญสุด ให้ทานยา อูลกัสตริน ต้องเคี้ยวตัวยาให้ละเอียดด้วยก่อนกลืน ทานยานานสองเดือน

02. ปวดประจำเดือน
อาการปวดประจำเดือนเกิดจากมดลูกมีการปีบตัวมากเกินไป เกิดอาการปวดเกร็งที่ท้องน้อยมาก
สมุนไพรที่ใช้แก้ปวดประจำเดือนมีอยู่หลายขนาน แต่ขอแนะนำเพียง 2 อย่าง
1.ให้กิน งาดำคั่วบดผง วันละ 2 ครั้ง ครั้งละครึ่งช้อนชาเป็นประจำ เนื่องจากเป็นอาหารที่มีแร่ธาตุสูง โดยเฉพาะเหล็ก และแคลเซียม
2.ใช้ ไพล หรือ ลูกใต้ไฟ หรือ ใบขี้เหล็กตัด อย่างใดอย่างหนึ่ง ประมาณ 1 กำมือใช้น้ำพอท่วมยา ต้มนาน 10-15 นาที ดื่มครั้งละ1/2 แก้วทุก 4 ชั่วโมงจะช่วยลดอาการปวดได้
ข้อสำคัญ
หากมีอาการผิดปรกติอย่างอื่นร่วมด้วย อย่างเช่น มีเมือกออกมาพร้อมกับมีกลิ่นน่ารังเกียจ ควรพบแพทย์ด่วน เพื่อตรวจรักษา

03. การนั่งเล่นคอมฯนานๆ
และใช้มือจับเมาส์โดยปล่อยให้ข้อมือหรือส่วนของแขนสัมผัสขอบโต๊ะเป็นเวลานานหลายชั่วโมง และเป็นประจำบ่อยๆ นานวันเข้าจะไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ เพราะบริเวณส่วนของร่างกายที่สัมผัสกับขอบโต๊ะนานนั้น ระบบวงจรการส่งผ่านของเลือดจะไปไม่สดวก มีวิธีแก้ไขง่ายๆโดยหาผ้านุ่มๆพับเป็นสี่เหลี่ยมหนาๆ แล้วนำมารองรับส่วนของร่งกายที่สัมผัสขอบโต๊ะ ก็จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้

04. อากาศหนาวเย็น ควรหาผ้าพันคอไว้ จะได้ไม่เจ็บคอ
เวลานอนให้สรวมถุงเท้าไว้ด้วยจะได้ไม่เป็นหวัดง่าย ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำชาจีนอุ่นๆเสริมความอบอุ่นกับร่างกาย หากหนาวนักไม่ถูกกับน้ำ(ไม่ใช่กลัวน้ำ) ก็ใช้แบบทันสมัยหน่อย คือซักแห้ง ดีไปอย่างเก็บกลิ่นเดิมๆไว้ คนชิดใกล้จะได้จำถูกคน

05. การบูร ภัยใกล้ตัวทำลายเยื่อจมูกขาด
แพทย์เตือนผู้นิยมใส่ในรถ-ห้องปรับอากาศ ชี้ระเหิดกลายเป็นไอเข้มข้นอันตรายต่อเยื่อจมูก มหาวิทยาลัยมหิดล เตือนผู้นิยมนำการบูร มีทั้งคุณและโทษ ต้องใช้ให้ดี ถ้าอยู่ใกล้ตัวใส่มากจะทำลายเยื่อบุจมูกได้ ระบุปกติจะใส่ในตู้เสื้อผ้าและที่มีกลิ่นอับ พร้อมแนะประคบสมุนไพรลดอาการปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอกในฤดูหนาว ช่วยลดอาการอักเสบได้ รศ.พร้อมจิตต์ ศรลัมภ์ รองคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่าปัจจุบันประชาชนนิยมนำการบูรมาใส่ในห้องปรับอากาศหรือในรถยนต์ โดยที่ไม่ทราบว่าประโยชน์ที่แท้จริงคืออะไร อยากฝากเตือนว่า ไม่อยากให้นำการบูรไปใส่ในห้องปรับอากาศหรือรถยนต์ เพราะการบูรระเหิดกลายเป็นไอ ถ้ามีปริมาณเข้มข้นในอากาศทำให้ระคายเคืองต่อเยื่อบุจมูกเป็นอันตรายได้ ปกติจะใส่ในตู้เสื้อผ้าหรือบริเวณที่มีกลิ่นอับ แต่ไม่ควรใส่ห่อใหญ่เกินไป ควรใส่การบูรเล็กน้อยพอไม่ให้ตู้มีกลิ่นอับเท่านั้น ถ้าใส่มากเกินไปอาจทำลายเยื่อจมูกได้

06. ดื่มน้ำอย่างไรให้ถูกวิธี
การดื่มน้ำ ถ้าจะให้ดีก็ต้องดื่มให้ถูกวิธีด้วยนะคะ เพื่อที่ว่านอกจากทำให้ร่างกายนำน้ำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่แล้ว ยังทำให้อวัยวะต่างๆแข็งแรงอีกด้วย วันนี้เราก็นำหลักปฏิบัติง่ายๆมาฝากค่ะ
ดื่มทุกครั้งที่ร่างกายร้องขอ แต่อย่าพรวดพราดดื่มทีละมากๆ เพราะนั่นจะไปเพิ่มภาระให้ระบบขับถ่ายอย่าง ไต ปอด ม้าม รวมทั้งระบบย่อยด้วย
ที่เรียนกันมาว่าต้องดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้วนั้น หมายรวมถึงปริมาณทั้งหมดที่รับในแต่ละวัน  ไม่ว่าจะเป็นน้ำจากผัก ผลไม้ น้ำแกง น้ำก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ
ถ้าคุณรับประทานอาหารรสที่ไม่จัดจ้านจนเกินไป คุณก็แทบจะไม่กระหายน้ำเลย แต่หากรับประทานเนื้อสัตว์ ของหวานจัด หรืออาหารแห้งๆ ทอด ย่าง ปิ้ง ร่างกายก็จะเรียกหาน้ำมากขึ้น ทำให้อวัยวะต่างๆทำ
งานหนัก ผลก็คือมันจะทรุดโทรมลงก่อนวัยอันควร
อากาศร้อนของบ้านเรา  ทำให้แทบทุกคนชอบเครื่องดื่มเย็นๆ จนติดเป็นนิสัยแม้ในช่วงที่มีอากาศเย็น ซึ่งทำให้อวัยวะต้องปรับน้ำที่เย็นกว่าให้เท่ากับอุณหภูมิร่างกายก่อนนำไปใช้ ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอลง ระบบย่อยอาหารไม่ดี หรือปวดประจำเดือน จึงควรดื่มน้ำอุ่นๆ เพื่อให้ร่างกายขับเหงื่อ และดื่มตอนที่รู้สึกกระหาย ที่สำคัญคือ ไม่ควรดื่มน้ำระหว่างรับประทานอาหาร เพราะทำให้น้ำย่อยเจือจาง ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง ร่างกายจะได้รับสารอาหารไม่เต็มที่ วิธีแก้ไขคือจิบน้ำอุ่น หรือซดน้ำซุปแก้ฝืดคอแทน แล้วเคี้ยวอาหารช้าๆ ให้ละเอียดก่อนกลืน จะช่วยลดการกระหายน้ำได้
หากคุณต้องการดื่มน้ำให้ได้ประโยชน์ต่อร่างกายจริงๆ ควรดื่มตอนที่เพิ่งลุกจากเตียงหมาดๆ, ระหว่างมื้ออาหาร 1 ชั่วโมงก่อนอาหาร, และหลังจากอิ่มแล้วครั่งชั่วโมง นี่แหละค่ะดีต่อสุขภาพสุดๆ

07. ก้างปลาติดคอทำยังไงดี
เวลากินข้าวอร่อยๆแล้วเกิดก้างปลาติดคอขึ้นมานี่ไม่สนุกเลยจริงไหมครับ บางคนก้างปลาติดคอ เข้าครั้งหนึ่ง ก็เลิกกินปลาไป นานเลยด้วย ความเข็ดขยาด ทำให้ขาดอาหารที่มีคุณค่าไปอีกอย่าง อย่างน่าเสียดาย ต่อไปนี้ถ้าเกิดก้างปลาติดคอ อย่าเพิ่งตกใจ ให้ลองทำตามวิธีต่อไปนี้
กลืนน้ำอึกใหญ่ๆเข้าไป หรือจะปั้นข้าวเป็นก้อนกลืนเข้าไปทั้งก้อน โดยไม่ต้องเคี้ยวก็ได้ ใครมีกล้วยน้ำว้ากล้วยหอมอยู่ใกล้ๆ ก็กัดคำโตๆ แล้วกลืนลงไปเลยทั้งคำ ขนมปังปอนด์ที่นุ่มๆก็ช่วยได้สิ่งเหล่านี้ จะช่วยพาก้างปลาที่ติดอยู่หลุดลงคอไปพร้อมกัน ที่สำคัญคือ อย่าเอานิ้วล้วงเข้าไปเขี่ย ก้างปลาที่ติดคอ เป็นอันขาด เพราะจะยิ่งทำให้ก้างตำลึกเข้าไป เอาออกยากขึ้น ถ้าทำตามวิธีข้างต้นมาหมดแล้ว ยังไม่ได้ผล ก็ต้องรีบไปหาหมอเสีย แล้วล่ะครับ

08. สิวเกิดขึ้นได้ยังไง และจะรักษาอย่างไร
คนที่เป็นสิวมักจะกลุ้มอกกลุ้มใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่กำลังจะโตเป็นหนุ่มเป็นสาวยิ่งกลุ้มใจนัก เพราะอายกลัวจะไม่สวย สิวนั้น เกิดขึ้นเพราะ ต่อมไขมันที่มีอยู่ตามผิวหน้าขับไขมันออกมา เมื่อไปรวมตัวกับฝุ่นละอองก็ทำให้เกิดการอุดตันที่ช่องขนของผิว จนอัก เสบขึ้นเป็นฝีหัวเล็กๆ เรียก กันว่าสิว
วิธีการรักษาก็คือ รักษาความสะอาดของหน้าอยู่เสมอ โดยล้างด้วยสบู่อ่อนๆอย่าปล่อยให้ท้องผูก โดยการออกกำลังกายทุกวัน อย่ากินอาหาร ที่มีไขมันมาก แล้วก็อย่าให้ผมสกปรก สิวก็จะไม่มาราวีแน่นอน

09. ดอกเล็บมีความหมายจริงหรือ
มีคนเชื่อว่า ถ้าใครมีดอกเล็บขึ้นที่เล็บใดเล็บหนึ่ง แสดงว่าคนๆนั้นกำลังจะมีคนรัก ความจริงแล้ว ดอกเล็บจะปรากฎให้เราเห็นเมื่อ เล็บของเราชำรุด หรือสุขภาพไม่สมบูรณ์ต่างหาก ฝรั่งเองก็มีความเชื่อเกี่ยวกับเล็บเหมือนกัน เช่นว่าถ้าเล็บขึ้นที่หัวแม่มือแปลว่าคนๆนั้น กำลังจะได้รับของกำนัล ขึ้นที่นิ้วชี้แปลว่าจะได้เพื่อนให้ ขึ้นที่นิ้วกลางแปลว่าจะมีศัตรู ขึ้นที่นิ้วนางแปลว่าจะได้รับจดหมาย ขึ้นที่นิ้วก้อยแปลว่าจะได้เดินทาง อ่านถึงตรงนี้แล้วหลายคนคงจะก้มลงดูเล็บของตัวเองกันใหญ่ว่ามีดอกเล็บขึ้นที่ตรงไหนบ้างหรือเปล่า แต่อย่าลืมว่านี่เป็นเพียงความเชื่อของคนเท่านั้น อาจจะไม่เป็นความจริงก็ได้ ที่แน่ๆก็คือเราจะต้องรีบกินอาหารที่มีแคลเซี่ยมเพื่อไปบำรุงเล็บโดยด่วน เพราะทางการแพทย์ถือว่าเล็บของใครมีดอกเล็บขึ้นมา แสดงว่าเล็บกำลังป่วยเสียแล้ว

10. ฟันผุเพราะอะไร
คนที่กินขนมแล้วไม่ชอบแปรงฟัน มักจะเป็นเจ้าของฟันที่ผุเป็นรูกลวง ทำให้ปวดฟันและเคี้ยวอาหารไม่สะดวก อาการฟันผุที่ว่านี้ บางคนก็ปัก ใจเชื่อว่า เกิดจากหนอนมาชอนไชฟัน แต่ความจริงแล้ว ฟันผุเพราะแบคทีเรียที่มีอยู่ในปากตามธรรมชาติต่างหากล่ะ เมื่อไรที่มีเศษอาหารติดค้างอยู่ที่ฟัน แบคทีเรียในปากก็จะเปลี่ยนเศษอาหารให้เป็นกรด มาทำลายฟันของเราจนเป็นรูโบ๋ เพราะฉะนั้น เราก็ควรจะระวังไม่ให้มีเศษอาหารอยู่ตามซอกฟัน กินอาหารเสร็จแล้วก็ต้องรีบแปรงฟันเลย จะได้เป็นเจ้าของฟันสวยๆประทับใจเวลายิ้มยังไงล่ะ

11. กวางตุ้ง
กวางตุ้งเข้ามาเมืองไทยจนเรากินเป็นผักไทยไปแล้ว ผักกวางตุ้งต้ม ลวก ผัดก็อร่อย แต่ดีที่สุดต้องปิดฝาเวลาตั้งไฟเพื่อความ อร่อยปลอดภัย กินกวางตุ้งเท่าไรก็ไม่อ้วน หุ่นเพรียวเป็นกวาง เพราะกวางตุ้งไขมันน้อย กากใยมาก กินแล้วไปห้องแห่งความ สุขได้สบาย ไม่ต้องออกแรง ... กวางตุ้งกินแล้วร่างกายได้ภูมิต้านทานดีนัก กินให้มากหลากหลาย ระบบภายในจะได้ตุ้งแช่ ตุ้งแช่ ทำงานครึก ครื้นสมบูรณ์ดี

12. กุยช่าย
เสน่ห์กุยช่ายอยู่ที่กลิ่น แต่คุณค่าทางอาหารอยู่ที่สีเขียวเข้มที่จะชี้จะๆว่า กุยช่ายอุดมสารอาหาร ทั้งเบต้า-แคโรทีนที่ช่วยป้องกันมะเร็ง เหล็กที่ช่วย ในการสร้างเม็ดเลือดแดง ดอกกุยช่ายอาจด้อยค่ากว่าใบ แต่มีของดีที่กากใยอาหาร ช่วยให้ของเสียที่ต้องระบายออกจากร่างกายถูกเคลื่อนย้าย ได้สะดวก ลดโอกาสเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้กลิ่นโชยมาเมื่อไร อย่าปล่อยให้กุยช่ายหลุดมือ

13. คะน้า
คะน้ามีวิตามินซีสูงมาก ใครที่เป็นหวัด ผิวไม่สวย วิตามินซีช่วยได้ ช่วยให้เนื้อเยื่อของเราทำงานได้เต็มกำลัง ทีเด็ดพิเศษคือ คะน้ามีแคลเซียมสูง แคลเซียมของคะน้านั้นดูดซึมได้ดีกว่าแคลเซียมจากผักอื่นๆ

14.  แครอท
สีส้มสดใสสว่างของแครอทช่วยดับความกลัวโรคมะเร็งได้ ในแครอทมีเบต้า-แคโรทีนที่กำจัดสารก่อมะเร็งที่อาจมากับควันบุหรี่ หรือแสงแดด แผดจัด สารนี้ป้องกันมะเร็งได้ โดยเฉพาะมะเร็งในปอด ใครกินผักสด และผลไม้มากสม่ำเสมอ มีสารนี้ในเลือดมาก และใครมีมากก็ไม่ต้อง เสี่ยงกับมะเร็งปอด ลบความกลัวด้วยการกินแครอท ผักสด และผลไม้อื่นๆ

15. ต้นหอม
ต้นหอมมีคุณค่าทางอาหารเหมือนผักหลายๆชนิดที่ให้แคลเซียมและฟอสฟอรัสในส่วนที่เหมาะสมกับการดูดซึมของร่างกาย มีเบต้า-แคโรทีน และยังมีสารพวกฟลาโวนอยด์ โดยเฉพาะเควอซิทีนที่เป็นเกราะกันมะเร็งให้กับคนเราได้ เหมือนกับที่พบในไวน์แดงราคาแพงนั่นเอง ลองเลือก กินต้นหอมราคาถูก เพื่อรับฟลาโวนอยด์และสารอาหารมากกว่า 10 ชนิด พร้อมด้วยกากใยอาหารกันบ้างเป็นไร

16. กะหล่ำปลี
กะหล่ำปลีมีวิตามินซีสูง กะหล่ำปลีสด กะหล่ำปลีคั้นเป็นตัวช่วยรักษาโรคกระเพาะ โดยดื่มน้ำคั้นวันละ 2 แก้ว นอกจากวิตามินซี กะหล่ำปลีมีสารต้านมะเร็งหลายตัว ... ในวันที่โรคมะเร็งเป็นโรคร้ายอันดับต้นๆของคนไทยเรา กะหล่ำปลีเป็นอีกหนึ่งผักที่ช่วยให้เราปลอดภัยจากโรคร้าย มากกว่าคนที่ไม่กินผัก

17. ดอกกะหล่ำ
กินดอกกะหล่ำ ผักดี ได้สเปิร์มดี ดอกกะหล่ำเป็นผักที่มีวิตามินซีมาก ใครกินดอกกะหล่ำสดหรือทำให้สุกอย่างรวดเร็วได้วิตามินซีสูง ล่าสุด ดร.แฮริส แห่งมหาวิทยาลัยเท็กซัส พบว่า วิตามินซีเพิ่มปริมาณและช่วยให้สุขภาพของสเปิร์มดีขึ้น ดอกกะหล่ำดีขนาดนี้ กินดี นอกจากสุขกาย แล้วยังสุขใจ ( กินดอกกะหล่ำ เพราะฉะนั้น เหงือกดี + ไม่เป็นหวัด + ไม่เป็นมะเร็ง + สเปิร์มแข็งแรง = ดี )
ข้อควรระวัง
ทานกะหล่ำปลีดิบมีพิษนะจะบอกให้
ในกะหล่ำปลีดิบจะมีสารพิษที่เรียกว่า กอยโตรเจน (Goibrogen) ซึ่งเป็นสารที่จะไปกันไม่ให้ต่อมไทรอยด์จับไอโอดีนไปสร้างเป็นฮอร์โมนไทร๊อกซิน (Thyroscine) ได้ซึ่งผลที่เกิดขึ้นคือจะทำให้เกิดเป็นโรคคอหอยพอก แต่สารพิษเหล่านี้จะถูกทำลายได้ โดยการต้ม จึงควรับประทานกะหล่ำปลีสุกจะดีกว่ากะหล่ำปลีดิบ

18. กระเทียม หอม
หลายท่านคงทราบข่าวกันแล้วว่า กระเทียมช่วยลดโคเลสเตอรอล ป้องกันมะเร็ง เพิ่มภูมิคุ้มกันโรค ฯลฯ
ตั้งแต่ปี ค.ศ.1983 ที่ห้องสมุดทางการแพทย์แห่งชาติมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ สามารถรวบรวมงานวิจัย เกี่ยวกับกระเทียมได้แล้วไม่น้อยกว่า 125 ชิ้น ในปี ค.ศ. 1944 Chester J. Cavallito สามารถแยกสาร Allicin ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้สำเร็จ สารอัลลิซินเป็นสารประกอบพวกกำมะถันสามารถสลายตัวให้ diallyldisulfide และสารประกอบของกำมะถันอื่นๆ ซึ่งมีกลิ่นฉุนเฉพาะตัว การใช้กระเทียมทางยาจึงต้องใช้กระเทียมสดที่ยังมีกลิ่นฉุนอยู่
ดังนั้น หากท่านรับประทานกระเทียมสดได้ ก็ไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์อื่นๆมาใช้ให้สิ้นเปลืองเงินเสียเปล่าๆ
ท่านที่เป็นนักบริโภคขาหมู เคยสังเกตไหมว่าผู้ขายบางรายจะมีกระเทียมสดเป็นเครื่องเคียงให้ด้วยราวกับรู้ว่ามื้อนี้ ท่านบริโภคโคเลสเตอรอลสูง จึงต้องแก้ด้วยกระเทียมสด
กระเทียมช่วยได้หรือ
เป็นเช่นนั้นจริงๆ นักวิทยาศาสตร์พบว่า การรับประทานกระเทียมสดขนาด 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม จะช่วยลดปริมาณโคเลสเตอรอลในกระแสเลือด และป้องกันโรคหัวใจได้
ในปี ค.ศ. 1987 Dr. Benjamin Lau และคณะ ทำการทดลอง ณ มหาวิทยาลัย Loma Linda แคลิฟอเนีย พบว่า กระเทียมหนึ่งหัว (ประมาณเก้ากลีบ) ต่อวัน ช่วยลดโคเลสเตอรอลตัวร้าย และไขมันในเลือดได้ใน 70 เปอร์เซ็นต์ของอาสาสมัคร เขายังพบว่า ในช่วงเดือนแรกของการรักษาด้วยกระเทียม ปริมาณโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดจะสูงขึ้น เล็กน้อย ก่อนที่จะทยอยลดลงในสี่เดือนถัดมา
นอกจากนี้ยังมีการวิจัยพบประโยชน์ของกระเทียมอีกมากมาย เช่น การทดลองในอินเดียช่วยเพิ่มความรู้ ในการใช้กระเทียมอย่างถูกวิธี Dr. M. Sucur รายงานว่า จากการใช้กระเทียมกับผู้ป่วยสองร้อยคน พบว่า หลังจากที่โคเลสเตอรอลลดถึงระดับน่าพอใจแล้ว กระเทียมสดเพียงวันละสองกลีบก็เพียงพอที่จะป้องกันการเพิ่มของโคเลสเตอรอลได้
เช่นเดียวกับหัวหอม เพื่อนสนิทของกระเทียมหัวหอมมีสารสำคัญ ไซโคลอัลลิอิน (Cycloallliin) ซึ่งมี คุณสมบัติคล้ายกระเทียม
นายแพทย์วิกเตอร์ เกอร์วิช ผู้อำนวยการสถาบันการวิจัยระบบเลือดแห่งบอสตัน ได้ทดลองให้ผู้ป่วยที่มีระดับ โคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ต่ำถึงจุดวิกฤติจำนวน 20 คน รับประทานหอมหัวใหญ่ดิบทุกวัน วันละประมาณครึ่งหัวเป็นเวลาติดต่อกันสองเดือน พบว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของผู้ป่วยมีปริมาณ HDL เพิ่มขึ้นร้อยละยี่สิบถึงร้อยละสามสิบในเวลาสองเดือน และยังพบว่าระดับโคเลสเตอรอลโดยรวม (Total Cholesterol) ในกระแสเลือดลดลงน่าพอใจ
เขายังพบว่า หอมหัวใหญ่เพียงครึ่งหัวต่อวัน ก็เพียงพอที่จะให้ผลในการลดโคเลสเตอรอลตัวร้าย (LDL) และเพิ่มโคเลสเตอรอลที่ดี (HDL) และหอมสดเท่านั้นที่จะทำหน้าที่นี้ได้ดีที่สุด
ที่มา: เภสัชโภชนา 2 โดย ภก.สรจักร ศิริบริรักษ์

19. วิธีผายปอดด้วยการไอ
เจ้าหน้าที่ 2 คนจาก The Johnson City Medical Center ได้ค้นพบวิธีและได้ทำการศึกษาจากห้อง ICU และได้ทำการเขียนบทความขึ้น บทความนี้ได้ถูกตีพิมพ์และได้รับการบรรจุเข้าในวิชา ACLS และ CPR (Cardiopulmonary Resuscitation วิชาการผายปอด)
วิธีการนี้ได้ถูกเรียกว่า "Cough CPR" (ผายปอดด้วยการไอ) วิธีการนี้สามารถช่วยเหลืออาการหัวใจล้มเหลวได้จริง และหากทุกคนที่ได้รับ email นี้ ส่งต่อให้คนอื่นๆด้วย พนันได้เลยว่าพวกเราอาจช่วยชีวิตคนได้อีก อย่างน้อยก็คงจะ 1 ชีวิตด้วยวิธีการนี้
ลองอ่านดูตรงนี้... มันอาจช่วยชีวิตคุณได้!
สมมติว่ามันเป็นเวลาหกโมงเย็น และคุณกำลังขับรถกลับบ้านคนเดียวหลังจากเลิกงานแล้ว คุณรู้สึกเหนื่อยล้า หดหู่ และเครียด ทันใดนั้นเอง คุณก็รู้สึกเจ็บหน้าอก อาการเจ็บเริ่มแพร่กระจายไปตามแขน และลามมาถึงขากรรไกร ถึงโรงพยาบาลที่ใกล้บ้านคุณที่สุดก็อยู่ห่างออกไปเพียง 5 ไมล์ แต่คุณก็ไม่รู้ว่าคุณจะไปถึงรึเปล่า? คุณจะทำอย่างไร? ถึงคุณอาจเคยเรียนวิธีผายปอดมาแล้ว แต่สิ่งที่คุณเรียนมานั้น ไม่ได้สอนว่าจะช่วยผายปอดตัวเองอย่างไร? จะทำอย่างไรดีหากคุณอยู่คนเดียว แล้วเกิดอาการหัวใจล้มเหลวกระทันหัน? อย่างไรก็ดี คุณยังคงสามารถช่วยเหลือตัวเองได้โดยการไอแรงๆ ซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง! ก่อนการไอแรงๆ ทุกครั้งควรสูดลมหายใจให้ลึกๆ การไอแต่ละครั้งควรไอให้ยาวๆ เหมือนกับตอนที่พยายามขากเสลดจากปอด การหายใจลึกๆ และไอแรงๆ ต้องกระทำต่อเนื่องทุกๆ 2 วินาที (ย้ำ ทุกๆ 2 วินาที) อย่างไม่หยุดจนกว่าจะได้รับการช่วยเหลือ หรือจนกระทั่งรู้สึกว่าหัวใจเต้นเป็นปกติแล้ว การหายใจลึกๆ จะทำให้ปอดได้รับออกซิเจน ส่วนการไอแรงๆ นั้นจะทำให้แรงกระเทือนไปช่วยบีบหัวใจและทำให้เลือดหมุนเวียนได้ และแรงกระเทือนและแรงบีบหัวใจจากการไอนี้ จะช่วยทำให้หัวใจกลับสู่การเต้นปกติได้ การทำแบบนี้จะช่วยให้ผู้ที่ประสพอาการหัวใจล้มเหลวกระทันหันพาตัวเองไปถึงโรงพยาบาลได้
กรุณาส่งข้อความนี้ให้กับคนอื่นๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อว่ามันอาจมีโอกาสได้ช่วยชีวิตของพวกเขาไว้

20. ข้าวโพดฝักอ่อน
ข้าวโพดอ่อนมีกากใยอาหารที่ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารสะอาดพ้นสารพิษต่างๆ ทำให้ปลอดภัยจากพิษเคมีต่างๆที่ปนมาในอากาศ อาหาร และ ช่วยให้การส่งออกของเสียเป็นไปอย่างสะดวกสบาย

21. คึ่นช่าย
คึ่นช่ายเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องไต เพราะมีโซเดียมน้อยกินเท่าไรก็ปลอดภัยต่อไต คึ่นช่ายมีสารพิเศษที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ช่วยลดความดันได้ กินสดๆร่างกายได้รับวิตามินซี ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค เบต้า-แคโรทีนแท้สดจากคึ่นช่ายผัด ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง และโรคหัวใจขาดเลือด รวมทั้งเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค น้ำมันที่ใช้ปรุงอาหารช่วยให้เบต้า-แคโรทีนทำงานได้ดีขึ้น

22. แตงกวา
แตงกวาเก่งเพราะน้ำ แตงกวาช่วยขับปัสสาวะ แก้ไข้ ให้ความสดชื่น ช่วยให้ผิวสวยเพราะชุ่มชื่น แตงกวามีพลังของน้ำอยู่เต็มผล หลายคน เป็นห่วงว่าเรากินแตงกวาเป็นผลหลัก กินกันหนักเกินไป เพราะแตงกวาไม่มีธาตุอาหารอะไรมากนัก ควรฟัง เพราะจริงๆก็เป็นเช่นนั้น แตงกวา มีน้ำมาก และสารอาหารน้อย เหมาะกินเพื่อความสดชื่นให้ร่างกาย หาผักสีเขียวเข้มกินควบกับแตงกวาด้วยจะดีมาก

23. คนอกหักเชิญทางนี้...(บัวบก)
ในสมัยโบราณมีคำกล่าวไว้ว่า ถ้าช้ำในให้แก้ด้วยน้ำบัวบก ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีการใช้น้ำบัวบกแก้ช้ำใน และมีคนทำน้ำบัวบกขายเพื่อเป็นเครื่องดื่ม
นอกจากนำบัวบกมาทำเป็นเครื่องดื่มแล้ว ยังมีการนำบัวบกมาเป็นเครื่องเคียงของก๋วยเตี๋ยวผัดไทย หมี่กรอบ และแกงเผ็ดทั้งหลาย และจากการที่เราบริโภคบัวบกเป็นผักสด เราจะได้เบต้าแคโรทีนซึ่งมีอยู่ในบัวบกสูง ทำให้สามารถป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดและโรคมะเร็ง และจากการที่บัวบกมีวิตามินบี 1 ซึ่งเป็นวิตามินแห่งระบบสมอง ทำให้บัวบกมีสรรพคุณช่วยบำรุงสมองและทำให้ความจำดี ซึ่งถ้าท่านผู้อ่านที่มีอาการหลงลืม จะใช้บัวบกช่วยก็ได้
บัวบกสามารถปลูกเป็นไม้ประดับบริเวณรอบๆบ้านได้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีคุณค่าสามารถนำมาทำเป็นยาสมุนไพรได้ โดยส่วนที่นำมาทำเป็นยาคือต้นและใบที่สมบูรณ์เต็มที่ โดยตามตำราแพทย์แผนไทยระบุว่า บัวบกมีสรรพคุณซ่อมแซมสิ่งที่สึกหรอและเป็นยาบำรุงได้ แต่ในปัจจุบันนี้มีการศึกษาวิจัยพบว่า บัวบกมีสารสำคัญที่มีฤทธิ์ในการสมานแผล ทำให้แผลหายเร็ว โดยมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พบว่า สารสำคัญที่ได้จากบัวบกคือ madecassic acid, asiatic acid, asiaticoside, madecassoside ซึ่งสารสำคัญเหล่านี้มีฤทธิ์ในการสมานแผลทำให้แผลหายเร็ว นอกจากนั้นยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุให้เกิดหนอง มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา และมีฤทธิ์ลดการอักเสบได้ นอกจากนี้บัวบกยังมีส่วนประกอบพวกน้ำมันหอมระเหย (Essential oil) ที่มีกลิ่นแรง และมีสารที่มีรสขมชื่อ Vellarine และ Pectic acid และยังมี Ascorbic (Vitamin c) ในปริมาณ 13.8 มก./100 กรัม
ในส่วนของประเทศไทยได้มีการศึกษาวิจัยหลายแห่ง เช่น คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล วิจัยในด้านเภสัชวิทยา ส่วนการศึกษาวิจัยด้านคลินิกทำที่คณะแพทย์ศาสตร์รามาธิบดี และคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล โดยพบว่า การใช้ครีมบัวบก 1 เปอร์เซ็นต์ในผู้ป่วยที่เป็นแผลเรื้อรังจากแผล กดทับแผลที่เกิดจากอุบัติเหตุ และแผลติดเชื้อ โดยใช้วันละ 1 ครั้ง พบว่าทำให้แผลหายเร็วขึ้น และทำให้การอักเสบลดลง
ดังนั้นถ้าผู้อ่านเกิดอุบัติเหตุและมีแผลสด หรือบาดแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือมีบาดแผลที่ติดเชื้อ ก็สามารถช่วยเหลือตัวเองเบื้องต้นได้ โดยการนำบัวบกทั้งต้นและใบสด 1 กำมือ นำมาล้างให้สะอาดและนำไปตำให้ละเอียด กรองเอาแต่น้ำไปทาชโลมบริเวณที่เป็นบาดแผลให้ชุ่มอยู่เสมอในชั่วโมงแรกๆ ต่อจากนั้นทาวันละ 3-4 ครั้งจนกว่าจะหาย แต่ถ้าท่านผู้อ่านจะใช้กากพอกที่แผลด้วยก็ได้ ถ้าทำอย่างนี้แล้วบาดแผลยังไม่ดีขึ้น ขอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ที่อยู่ใกล้บ้าน ห้ามปล่อยทิ้งไว้นานเพราะจะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ส่วนการรับประทานน้ำบัวบกเพื่อใช้เป็นยาบำรุงหรือซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ก็ทำโดยวิธีเดียวกันกับที่กล่าวมาแล้วโดยข้างต้น แต่มีข้อพึงระวังไว้ว่า ไม่ควรรับประทานบัวบกนานๆ เพราะมีรายงานว่าบัวบกมีฤทธิ์ลดความดันโลหิตได้
ที่มา : หนังสือชีวจิต ฉบับที่ 33 คอลัมน์สมุนไพรน่ารู้ โดย พ.ญ.ดวงรัตน์ วชาญวิทย์

24. dangerous! ถั่วงอกดิบมีโทษ
ในผักสดบางชนิดมีสารพิษที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่นในถั่วงอกมีสารพิษพวกที่เรียกว่าไฟเตต ซึ่งเมื่อกินเข้าไปจะไปจับแร่ธาตุบางชนิดที่อยู่ในอาหาร ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมแร่ธาตุเหล่านั้นเข้าร่างกาย ร่างกายจะเป็นโรคขาดแร่ธาตุ สารพิษเหล่านี้สามารถทำลายได้โดยการต้ม จึงควรรับประทานถั่วงอกสุขดีกว่าถั่วงอกดิบ
โทษของน้ำต้มเดือดหลายๆครั้ง
น้ำประปามีแร่ธาตุหลายชนิด เมื่อต้มเดือดแล้วเดือดอีกหลายๆครั้ง น้ำจำนวนมากจะระเหยกลายเป็นไอ ส่วนที่เหลือจึงมีปริมาณแร่ธาตุ ชนิดต่างๆเข้มข้นขึ้นมากและเกินมาตรฐานการบริโภคน้ำที่ต้มเดือดนานๆ ไอออนของซิลเวอร์ไนเตรทที่อยู่ในน้ำ จะเปลี่ยนเป็นซิลเวอร์ไนไตรท์ ซึ่งเป็นสารที่ให้โทษแก่ร่างกายและแร่ธาตุบางอย่างที่เป็นโทษต่อร่างกาย จะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเพราะการระเหยของน้ำและอาจมากจนเกินขีดจำกัดความสามารถของร่างกายในการกำจัดขับถ่ายออกมา จึงไม่ควรดื่มน้ำที่ต้มเดือดแล้วหลายๆครั้ง

25. มะขามแขก...ยาระบายไทย
มะขามแขกมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Senna alexan drina Mill. อยู่ในวงศ์ LEGUMMINOSAE มะขามแขกจัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กสูงประมาณ 1-1.5 เมตร ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ใบจะใหญ่และยาวกว่าใบมะขามเล็กน้อย โดยปลายใบจะแหลมกว่าใบมะขามขนาดกว้าง 0.7-1 เซนติเมตร ยาว 2.5-3 เซนติเมตร ดอกออกเป็นช่อสีเหลืองบานจากล่างไปบน ผลเป็นฝักแบบบานโค้งเล็กน้อยคล้ายถั่วลันเตา ฝักอ่อนจะมีสีเขียวเมื่อแก่จะมีสีน้ำตาล ภายในฝักจะมีเมล็ดรูปร่างแบนประมาณ 6-12 เม็ด
ส่วนที่นำมาทำเป็นยา คือ ใบและฝักแห้ง ที่สมบูรณ์เต็มที่ โดยใบจะเก็บในช่วงที่มีอายุหนึ่งเดือนครึ่งหรือก่อนออกดอก ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พบว่า ใบและฝักมะขามแขกมีสารสำคัญ คือ แอนทราควิโนน (Anthraquinone) ซึ่งประกอบสาร Sennoside A, B, C, D และยังพบสาร emodin, rhein อีกด้วย โดยสารพวกนี้จะไปออกฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ ทำให้ขับถ่ายอุจจาระออกมาได้
ยาระบายมะขามแขกเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ คนที่มีอาการท้องผูกเป็นประจำหรือผู้ป่วยที่ต้องนอนนานๆ ไม่ได้ออกกำลังกาย แต่อาจทำให้เกิดอาการปวดมวนท้องได้ ดังนั้น จึงควรรับประทานควบคู่กับยาขับลม เช่น กานพลู กระวาน หรืออบเชย โดยใช้ยาขับลมปริมาณเพียงเล็กน้อย
ยาระบายมะขามแขกไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์หรือหญิงที่ให้นมลูก เพราะสารแอนทราควิโนนจะออกมาทางน้ำนมด้วยและไม่ควรใช้ในคนที่เป็นโรคลำไส้ใหญ่ส่วนล่างอักเสบ หรือโรคทางเดินอาหารอุดตัน และห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ส่วนการวิจัยทางด้านพิษเฉียบพลัน ซึ่งทำโดยกองวิจัยทางการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขพบว่า ไม่มีพิษ
วิธีการเตรียมยา ใช้ใบแห้ง 1-2 กำมือ (หนัก 3-10 กรัม) ต้มกับน้ำดื่ม หรือใช้วิธีบดเป็นผงชงกับน้ำดื่ม ถ้าจะใช้ฝักก็ใช้ฝักแห้ง 4-5 ฝัก ต้มกับน้ำดื่ม (ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดมวนท้องน้อยกว่าใบ) หลังรับประทานยาไปแล้วควรจะระบายประมาณ 6-12 ชั่วโมง
ที่มา : หนังสือชีวจิต ฉบับที่ 44 คอลัมน์สมุนไพรน่ารู้ โดย พ.ญ.ดวงรัตน์ วชาญวิทย์

26. ไตวายเรื้อรัง
ถ้าคุณ ดื่มเหล้าหนัก
ถ้าคุณนอนไม่พอ
ถ้าคุณกินเนื้อสัตว์มื้อหนึ่ง มากๆ
ถ้าคุณชอบดื่มน้ำอัดลมมาก
ถ้าคุณเคยปวดหลัง
ถ้าคุณไม่เคยออกกำลังกาย
ถ้าคุณชอบกั้นฉี่
ถ้าคุณดื่มน้ำในวันหนึ่งน้อย
ถ้าคุณไม่ดูแลรักษาตัว
ถ้าคุณตัวบวม คือบวมน้ำไม่ไช่อ้วนนะ
ถ้าคุณเป็นโรคเบาหวาน
สาเหตุเหล่านี้จะทำให้คุณได้พบกับภัยเงียบ ไตวายเรื้อรัง
ไต เป็นอวัยวะมีขนาดเท่ากับ กำปั้นของเจ้าของ
ทำหน้าที่เหมือนโรงกลองน้ำ คือกรองสิ่งสกปรก สิ่งผิดปรกติออกจากเลือด
ส่วนสิ่งสกปรกนั้นก็จะถูกเปลี่ยนเป็นฉี่ ถ้าคุณเคยสังเกตุ เวลากินอาหารเช่น สตอ
แล้วเวลาฉี่จะมีกลิ่นสตอออกมานั่นคือ ไตได้กรองเอาสารบางอย่างออกมาจากสตอแล้ว
เมื่อไตวายเรื้อรัง คือไตไม่สามารถใช้เป็นปรกติ ซึ่งจะทำให้การกรองของเสียของเลือดได้ไม่ดี
ซึ่งจะทำให้เลื่อดมีค่าของเสียมาก ซึ่งปรกติคนทั่วจะมีค่าของเสียอยู่ 1-2 เวลาเจาะเลือดจะดูได้
ซึ่งไตเสีย ค่าของเสียจะมีค่ามากกว่า 2 อาจจะเป็น 5 9 13 15 ซึ่งถ้าเกิน 9 อาจจะทำให้ช็อค และเสียชีวิตได้
วิธีการตรวจ ได้วิธีเดียวคือการเจาะเลือดและตรวจปัสสาวะ
วิธีการรักษา โดยขั้นแรก หมอจะให้ควบคุมอาหารและน้ำดื่ม ถ้าอาการคงที่ ก็รักษาในขั้นนี้ แต่ถ้าอาการหนักขึ้น ขั้นสองคือการฟอกเลือด หรือการล้างไต การฟอกเลือด คุณจะต้องไปที่โรงพยาบาลที่บริการล้างไต เครื่องล้างไต มีขนาดเท่าตู้เย็น และมีกระบอก filter คล้ายที่กรองน้ำแต่ ใช้กรองเลือด
ก่อนจะมาถึงขั้นตอนนี้ ต้องได้รับการผ่าตัดเล็กเพื่อการฟอกไตก่อน เสียค่าใช้จ่ายอีกประมาณ 20000-40000 บาท หมอจะใช้เข็มขนาด 2 มิล แทงเข้าไปในเส้นเลือด 2 อัน อันแรกต่อไปที่เครื่อง ส่วนอีกอันต่อกลับเข้ามาที่ตัว คือมีเข้าหนี่งเส้นออกหนึ่งเส้น ใช้เวลาการทำ ครั้งละ 4-5 ชม.
คือคุณจะต้องไปนอนที่โรงพยาบาล 4-5 ชม. ค่าใช้จ่ายครั้งละ 2000-4000 แล้วแต่โรงพยาบาล 1 อาทีตย์ล้าง 2 ครั้ง ทำไปเรื่อยจนกว่าคุณจะได้ไตใหม่แล้วมีการผ่าตัดใส่เข้าในตัวคนไข้ถึงจะหายขาด การปลูกถ่ายไตใหม่ ต้องหาไตที่สมบูรณ์ และมีการ Matching ที่ดีระหว่างผู้ป่วย กับไตใหม่ที่ได้รับบริจาค ผู้ป่วยอาจต้องรับบริจาคไต จากคนในครอบครัว หรือญาติพี่น้อง หรือรอรับบริจาคทั่วไป ซึ่งใช้เวลาหลายปี
โดยทั่วไป ไตที่จะปลูกถ่ายใหม่ มีโอกาสที่จะเกิดการต่อต้านโดยร่างกายผู้ป่วย ซึ่งถ้าการปลูกถ่าย ไม่ประสบความสำเร็จ ก็ต้องผ่าตัด เพื่อเอาออก และกลับไปใช้วิธีการฟอกไต ค่าผ่าตัดปลูกถ่ายไต ต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 350,000- 500,000 บาท หากการผ่าตัดประสบความเร็จด้วยดี หลังจากได้รับการปลูกถ่ายไตใหม่เรียบร้อย คุณจะต้องรับภาระค่ายาอีก 10000-20000 ต่อเดือน จะเห็นได้ว่า ทรมาร ทั้งกาย และเงิน ดังนั้นจึงควรนั่งลงให้สบายแล้วนั่งคิด ถึงร่างกายตัวเอง เราเท่านั้นที่จะทราบได้ว่า มีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเรา จงรักษาตัวของเราไว้ให้ได้ดีที่สุด คุณจะได้มีโอกาสทำในสิ่งที่อยากทำได้นาน

Dansuke Watermelon แตงโมสีดำขนาดใหญ่ที่ปลูกทางตอนเหนือของเกาะฮอกไกโด เป็นแตงโมที่หายากปลูกได้เฉลี่ย 65 ลูกต่อฤดู ราคาจึงแพงถึงผลละ 6,100 US

รูปภาพ : Dansuke Watermelon แตงโมสีดำขนาดใหญ่ที่ปลูกทางตอนเหนือของเกาะฮอกไกโด เป็นแตงโมที่หายากปลูกได้เฉลี่ย 65 ลูกต่อฤดู ราคาจึงแพงถึงผลละ 6,100 US

พาชิมร้านอร่อย สโนว์ไวท์ "นครปฐม บ้านเกิดเราเอง"





สเต็ก อาหารไทย และ ฟิวชั่น มีให้เลือกสรรหลากหลาย ราคาไม่แพง
รูปจากร้านใหม่ (ณ อาพาร์ทเมนท์จันทราเพลส)
เดิม(ที่ตั้งร้านเก่า)เป็นร้านที่อยู่บริเวณถนนรถไฟตะวันตก (หน้าซอยพระงาม3) ร้านนี้เป็นร้านเล็กๆ ด้านในตกแต่งด้วยโต๊ะไม้ , รูปดอกไม้ ,รูปเนยแข็ง ฯลฯ สไตล์บ้านคนแคระทั้งเจ็ด น่ารักมากๆ เมื่อไปทานทีไรจะต้องแย่งชิงแย่งนั่งโต๊ะไม้ให้ได้ ไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึง เวอร์สุดๆ 555+ (ปัจจุบันที่ตั้งร้านเก่า จำหน่ายเฉพาะเบเกอรี่ เนื่องจากที่จอดรถลูกค้าไม่ค่อยสะดวก จากปัญหาดังกล่าว ทางร้านจึงย้ายร้านไปอยู่ที่ใหม่แล้ว คือ อาพาร์ทเม้นท์ จันทราเพลส อยู่ ถนน รถไฟตะวันตกเช่นกัน ห่างจากที่เดิม ราวๆ 2 กิโลเมตร
หน้าร้าน
เดินเข้าไปบริเวณหน้าร้านจะพบกับมุมน่ารัก ที่หลายคนเมื่อได้มีโอกาสไปที่ร้าน น้อยคนนักที่จะไม่เก็บภาพไว้เป็นที่ละลึก แต่อ้อถ่ายอีกมุมนึง ที่ไม่เหมือนใครและหลายคนอาจนึกไม่ถึง มาให้ชมกันค่ะ แต่มุมไหนที่คนฮิตถ่ายรูปกัน อยากทราบต้องไปทานที่ร้านเองนะคะ รับรองสวย อิอิ^^
บรรยากาศด้านใน
ภาพบรรยากาศด้านในค่ะ

บรรยากาศด้านใน
อีกภาพค่ะ

ร้านนี้ถ้ามามากกว่า 4 ท่านและไม่จองล่วงหน้าอาจพลาดได้ตลอดค่ะ เพราะลูกค้าจะเต็มตั้งแต่ เที่ยงจนกระทั่งถึงเย็นกันเลยที่เดียว แวะพิสูจน์กันได้ (สำหรับโต๊ะนี้ จองไว้ประมาณเกือบ 10 ที่ได้เลยแอบถ่ายซะหน่อย)
เนื่องจากร้านสโนว์ไวท์ เป็นที่ ฮอตฮิตมาก ฉะนั้นเวลาเร่งด่วนลูกค้ามาก พนักงานไม่สวามารถบริการลูกค้าได้อย่างทั่วถึง จึงจัดมุม บริการตัวเองไว้สำหรับลูกค้า (แบบว่าอยากอร่อยเร็ว ต้องช่วยกันทำมาหากินนิดนึงนะ อิอิ)
เริ่มเมนูน้ำเลยนะคะ อันนี้พี่ชาย สั่งค่ะ ชอคโกแลตปุยหิมะ รสชาติกลมกล่อมพอประมาณ วิปปิ้งครีมเนื้อแน่นไปนิด(แต่อ้อกลับชอบแฮะ อิอิ) โดยรมผ่านฉลุยค่ะ แก้วนี้ราคา 30 บาท
เพื่อนโบว์สั่งมาทานค่ะ ชามะนาวเย็น เพื่อนบอกก็อร่อยดี มันบอกแค่เนี้ยยยยอะค่ะ 5555+ แก้วนี้ราคา 20 บาทค่ะ อ้อว่าก็ราคาปกตินะคะ
อันนี้อ้อสั่งค่ะ เค้าเรียก Green lemon รสชาติ ก็แบบว่าเปรี้ยวๆ อร่อยดีค่ะ ใครชอบเปรี้ยวหรือง่วงอยู่ เหมาะมากกกก แก้วนี้ราคา 20 บาทค่ะ แอบแพงนิดหน่อย
มาถึงอาหารจานแรกกันค่ะ สลัดไก่ทอด จานนี้ราคา 45 บาท ขอบอกไก่ทอดกรอบม๊าก อร่อยได้ใจ ทานกับน้ำสลัดซอสส้มเข้ากันดีอย่าบอกใครเชียว
ซุปเห็ดค่ะ รสชาติกลมกล่อม เนื้อสัมผัสลมุนนุ่มลิ้นมากๆ ทุกๆคำที่ได้ลิ้มรสนั้นสัมผัสได้ถึงความใส่ใจของคนทำอาหารจานนี้ คนทานหลับตาพริ้มเลยค่ะ ขอบอกสู้ซุปแบรนด์ดังๆได้อย่างไม่อายใครอร่อยสุดๆ หากใครชอบซุปข้น แนะนำค่ะ อ้อจานนี้ราคา 30 บาทค่ะ ขอบอกถูกมากกกก!!!
ขนมปังกระเทียม กับ หอยลายอบเครื่องเทศ จานนี้ราคา 55 บาทค่ะ สำหรับอ้อแพงนะเนี่ย แต่ก็มันอร่อยนี่นะ หอยลายผัดผงกระหรี่ กับขนมปังกระเทียมหอมๆกรอบๆ นึกถึงแล้วอยากกินอีกครั้งเลยอะค่ะ อิอิ^^
จานโปรดอ้อเลยค่ะ มากี่ครั้งไม่เคยพลาด สเต็กเดอะลุกซ์เนื้อ จานนี้ราคา 140 ค่ะ (อ้อกินตั้งแต่ 110 บาท แต่ก็เข้าใจค่ะวัตถุดิบขึ้นราคาจริงๆ) จานนี้พิเศษยังไง เป็นสเต็ก เสริฟในจานร้อน ราดน้ำเกรวี่มาให้เรียบร้อย(สั่งแยกได้ค่ะ) ราดหน้าด้วย สัประรด มะเขือเทศหั่น ชีส และ พริกไทยสด เครื่องเคียงเป็นสับปะรดย่าง ผักโขม แครอท ฟักทอง ลวก ขนมปัง วัตถุดิบอาจมีเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลบ้าง และมันอบ (แต่มันอบนี่อบธรรมดาเลยค่ะ แต่โดยภาพรวมแล้ว (อ้อชอบมากกกกค่ะ 555)
ภาพนี้ต้องขออภัยอย่างแรง ปรับโฟกัสผิด มัววเกิ๊นนน ถ่ายมาน้อยหมดสิทธิ์เลือก แงๆๆ อันนี้สาวโบ สั่งมากินอ่ะค่ะ..อันนี้ไม่ได้ชิมแต่ หมดเกลี้ยงนะ 5555
จานนี้ขออนุญาต 2 รูป เนื่องจาก love มาก อิอิ จานนี้แบบว่าขาดไม่ได้อีกเช่นกัน “ลาซานญ่าผักโขม) รสชาติดูจากรูปแล้วไม่ต้องอธิบายกันยาว ชีสเต็มๆ อร่อยมากกกกกกกกกก จานนี้ราคา 110 บาท ถูกเนอะ! แต่ขออนุญาต ตินิดนึง คือ ผักโขมเยอะมากอ้อทานไม่เคยหมดไปกับเพื่อนก็ยังไม่หมด ถ้าใส่จานก้นตื้นกว่านี้ผักน้อยกว่านี้หน่อยน่าจะแจ่ม แบบว่าเสียดายค่ะ แหะๆ
จานนี้ บาร์บีคิวไก่ค่ะ ราคา 75 บาท ถือว่าไม่แพงมากนะคะ เสริฟด้วยจานร้อน ราดเกรวี่และพริกไทยสด แต่จะน้อยตรงเครื่องเคียงอะค่ะ ไม่มีมันอบ รสชาติอร่อยกลมกล่อมค่ะ ลองไปชิมกันดูได้นะคะ
สปาเก็ตตี้หมึกดำผัดหอยลาย (หอยลายเยอะมากๆๆ) จานนี้ถูกใจอ้อมาก เส้นเหนียวกำลังดี หอมใบโหรพา ทานเคียงกับพริกแห้งทอดกรอบ เข้ากันแบบประหนึ่งเป็นเนื้อคู่มาจากชาติปางก่อน เป็นอีกเมนูที่แนะนำ อยากให้ไปลองค่ะ
การเดินทาง เส้นทางสายใหม่ จากกรุงเทพฯ ถนนบรมราชชนนี ผ่านพุทธมณฑล นครชัยศรี ไปจนถึงตัวจังหวัดนครปฐม ร้านจะอยู่ ถนนรถไฟตะวันตก ด้านหลัง ม.ศิลปากร ร้านจะอยู่ในอาพาร์ทเม้นท์จันทรา เพลส ตรงข้ามตลาดไนท์บลาซ่านครปฐม เบอร์โทรร้าน 083-7128866 
พิกัด GPS : 13° 49' 28.03" N 100° 2' 33.82" E

-

วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2556

หลุมอุกกาบาตโบราณ ทะเลสาบโบซัมทวี



     หลุมอุกกาบาตโบราณ ทะเลสาบโบซัมทวี (Lake Bosumtwi Crater)ตั้งอยู่ที่สาธารณรัฐกานา กว้างขนาด 10.5 กิโลเมตร อายุประมาณ 1.07 ล้านปี หากมองโดยทั่วไปจะไม่ทราบว่านี่คือหลุมอุกกาบาต เพราะพื้นที่หลุมที่เกิดขึ้นกลายเป็นทะเลสาบโมซัมทวี โดยมีป่าดงดิบล้อมรอบ

ในอดีตพื้นที่แห่งนี้เป็นป่าดงดิบที่อุดมสมบูรณ์และมีสัตว์ป่ามากมาย เมื่อเกิดหลุมอุกกาบาตขึ้น จึงถูกเติมเต็มด้วยน้ำฝนจนกลายเป็นทะเลสาบ
 
ชื่อ Bousumtwi หรือ Bosomtwe เป็นภาษาพื้นเมืองหมายถึง เทพแอนทิโลป (Antelope God) อันมาจากตำนานพื้นเมืองที่เล่าไว้ว่า นายพรานชาวแอชานที (Ashanti) ได้ไล่ตามแอนทีโลปในป่าบริเวณนี้ แต่ไม่พบเนื่องจากแอนทีโลปหายไปในแอ่งน้ำเล็ก ๆ ชาวแอชานที ถือว่าทะเลสาบแป่งนี้เป็นทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ และเป็ฯสถานที่ซึ่งวิญญาณของผู้วายชนม์มากล่าวร่ำลาเทพเจ้าทวี (Twi)
 
ทะเลสาบตอนนี้เป็นพื้นที่รีสอร์ทที่เป็นที่นิยมกับคนในท้องถิ่นสำหรับการเดินทางมาน้ำตกปลาและล่องเรือมีหมู่บ้านริมทะเลสาบ มีโรงพยาบาลเล็กๆอยู่แถวนั้นด้วย